เอเลียนสปีชีส์ “หนอนตัวแบนนิวกินี”

หนอนตัวแบนนิวกินี (New Guinea Flatworm) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Platydemus manokwari De Beauchamp, 1963) ถิ่นกำเนิดอยู่บนเกาะนิวกินี โดยพบครั้งแรกในจังหวัดปาปัวตะวันตกของประเทศอินโดนีเซีย

 เมื่อโตเต็มที่แล้ว ลำตัวยาวประมาณ 5-6 เซนติเมตร ปลายแหลมทั้งสองด้าน แต่ด้านที่เป็นหัวจะแหลมเล็กกว่ สีด้านหลังเป็นสีน้ำตาลเข้ม และมีลายสีน้ำตาลอ่อนพาดกลางลำตัวตามแนวยาว ด้านท้องสีขาวและมีจุดสีขาวเล็กๆ ค่อนไปทางด้านหางซึ่งเป็นส่วนปาก มีสองเพศในตัวเดียว แต่การสืบพันธุ์ต้องมีหนอนสองตัวจึงจะวางไข่ได้ และถ้าหนอนตัวขาดก็ยังสามารถเติบโตแยกร่างใหม่ได้ หนอนตัวแบนชนิดนี้กินหอยทากเป็นอาหารหลัก และมีรายงานว่ายังกินทากเปลือยและไส้เดือนด้วย โดยจะออกหากินในเวลากลางคืน ด้วยการตามกลิ่นเมือกหอยทาก และปล่อยน้ำย่อยออกมาย่อยเนื้อหอยทากก่อนที่จะดูดกินเข้าไป

 

          หนอนตัวแบนนิวกินียังเป็นพาหะแพร่เชื้อ Angiostrongylus cantonensis หรือ พยาธิปอดหนู พยาธิหอยโข่ง ซึ่งเชื้อดังกล่าวยังพบในหอยทากยักษ์แอฟริกา และหอยในกลุ่มหอยโข่ง หอยขม ไม่สามารถเจริญเติบโตในร่างกายมนุษย์ แต่ติดต่อสู่คนได้ผ่านทางการกิน ตัวอ่อนจะอาศัยอยู่ในระบบประสาทส่วนกลางทำให้เกิดการอักเสบในเยื่อหุ้มสมอง โดยผู้ป่วยที่ติดเชื้อพยาธิจะมีอาการปวดหัวอย่างรุนแรง เป็นไข้ อาเจียนพุ่ง คอแข็ง ตาพร่ามัว ท้องเสีย และปวดกล้ามเนื้อ เป็นต้น แต่ถ้ามีการติดเชื้ออย่างรุนแรงอาจทำให้เสียชีวิตได้ จึงควรหลีกเลี่ยงการกินหอยที่ไม่สุก รวมไปถึงล้างทำความสะอาดผักในบริเวณที่มีหอยทาก และหนอนตัวแบนอาศัยอยู่ให้ดีก่อนรับประทาน หรือรับประทานเฉพาะผักที่ต้มสุกแล้วเท่านั้น การกำจัดหนอนตัวแบนนิวกินี ทำได้สองวิธีคือ 1.ใช้น้ำร้อนลวก 2.หยอดด้วยเกลือป่น ห้ามใช้การสับหรือหั่น เพราะแต่ละชิ้นจะเติบโตเป็นตัวใหม่ได้และจะกลายเป็นยิ่งเพิ่มจำนวนขึ้นไปอีก

     การรุกรานของหนอนตัวแบนชนิดนี้ทำให้หอยทากท้องถิ่นสูญพันธุ์ เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วในประเทศหมู่เกาะแปซิฟิค ซึ่งมีความตั้งใจปล่อยเพื่อให้ไปกำจัดหอยทากยักษ์แอฟริกา (สัตว์ต่างถิ่น) ที่เป็นศัตรูพืช แต่กลับพบว่าหนอนตัวแบนนิวกินีไม่ได้ล่าแต่หอยทากยักษ์ แต่กลับไล่ล่าหอยทากเฉพาะถิ่นไปเป็นจำนวนมากจนสูญพันธุ์ ขณะที่ในประเทศญี่ปุ่น หอยท้องถิ่นบนเกาะโอกาวาระทั้งหมด 25 ชนิด 16 ชนิดสูญพันธุ์ภายใน 25 ปี การที่หนอนตัวแบนนิวกินีไปอยู่นอกถิ่นอาศัยทำให้ขาดผู้ล่าซึ่งเป็นกลไกควบคุมจำนวนประชากรตามธรรมชาติ

    มีรายงานการรุกรานของหนอนตัวแบนนิวกินี พบในประเทศในหมู่เกาะมหาสมุทรแปซิฟิค ประเทศฝรั่งเศส รัฐฟลอริด้าของประเทศสหรัฐอเมริกา และที่ใกล้ประเทศไทยที่สุดคือประเทศสิงคโปร์ สหภาพสากลว่าด้วยการอนุรักษ์ (IUCN) จึงจัดให้หนอนตัวแบนนิวกินีเป็นหนึ่งในร้อยสัตว์รุกรานต่างถิ่นที่น่ากลัวที่สุดของโลก (100 of the World's Worst Invasive Alien Species)

สำหรับการพบประเทศไทยครั้งนี้ถือเป็นรายงานแรกในผืนทวีปหลักของเอเชีย (Mainland Asia) ในที่ประชุมปัญหาการระบาดหนอนตัวแบนนิวกินี ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมื่อ 16 พ.ย.2560 ดร.นณณ์ ผาณิตวงศ์ ผู้ก่อตั้งกลุ่มอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและสิ่งแวดล้อม หรือกลุ่ม siamensis.org ซึ่งเป็นผู้เปิดเผยรายงานการค้นพบในไทย เมื่อวันที่ 6 พ.ย. 2560 กล่าวว่า เบื้องต้นจากการสืบค้นข้อมูลคาดว่าหนอนตัวแบนนิวกินีน่าจะเข้ามาไทยตั้งแต่ปี 2553 โดยนายชยจิต ดีกระจ่าง ได้ถ่ายภาพในเขตบางเขน กทม. ส่วนปี 2560 จุดเริ่มต้นจากพื้นที่ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เมื่อปลายเดือน ต.ค. จนถึงวันที่ 14 พ.ย. ที่ผ่านมา ที่ได้จากการส่งข้อมูลจากสถานที่ต่าง ๆ มายังเฟซบุ๊กกลุ่ม siamensis.org ขณะนี้มีรายงานการระบาดมากกว่า 20 จังหวัดทั่วประเทศไทย ส่วนแหล่งที่มาและการนำเข้าไม่สามารถหาได้ เพราะอาจจะมาจากดิน กระถางต้นไม้ ดินที่เปื้อนรองเท้าเข้ามาแบบไม่ตั้งใจ ซึ่งภาพจากลักษณะภายนอกที่ให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบพบว่าเป็นหนอนตัวแบนนิวกินีจริง

      “สิ่งที่ต้องดำเนินการต่อจากนี้คือการนำตัวอย่างหนอนตัวแบนนิวกินี ที่พบในพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ ตรวจสารพันธุกรรม หรือดีเอ็นเอ ว่าเป็นสายพันธุ์ที่ระบาดในแถบออสเตรเลียและนิวกินีหรือไม่ แต่เชื่อว่าจะเป็นชนิดเดียวกันเพราะหนอนชนิดนี้ไม่มีสายพันธุ์อื่น นอกจากนี้จะมีทีมวิจัยตรวจสอบการแพร่ระบาดทั้งในพื้นที่การเกษตร ชุมชน รวมทั้งพื้นที่ป่าไม้ ร่วมกับทีม สกว. การศึกษาว่าเป็นพาหะนำโรคเพื่อเฝ้าระวังและต้องมีมาตรการเชิงรุกไม่ให้แพร่กระจายเข้าไปพื้นที่ป่าอนุรักษ์และประเทศอื่น ๆ ที่มีชายแดนติดกับไทย”

     นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า ขณะนี้ไม่อยากให้เกิดความตื่นตระหนกว่าเกี่ยวกับอันตรายทางสุขภาพจากโรคหนอนพยาธิ โดยจากนี้ทาง ทส.จะร่วมกับหลายหน่วยงานเร่งการศึกษาข้อมูลเชิงลึกถึงการแพร่ระบาด เพราะจะมีผลไปถึงการปรับบัญชีหนอนตัวแบนนิวกินี ซึ่งอยู่ในบัญชี 4 เป็นชนิดที่รุกรานที่ยังไม่เข้ามาในประเทศไทย โดยอาจจะถูกปรับไปอยู่ในบัญชี 1, 2 และ 3 ได้ในอนาคต แต่สิ่งที่ทำได้ทันทีคือขอให้ประชาชนช่วยแจ้งเบาะแสผ่านทางไลน์ที่ตั้งขึ้นมาเฉพาะกิจชื่อ หนอนตัวแบนนิวกินี โดยให้แอดไลน์ @qbw4880w

    “สิ่งที่น่าห่วงไม่ใช่การเป็นพาหะนำโรคสู่คน แต่ห่วงการระบาดในเขตป่า ขณะนี้สั่งการให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมป่าไม้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าสำรวจว่ามีหนอนตัวแบนนิวกินีในเขตป่าหรือไม่ เพราะระบบนิเวศมีความอ่อนไหว รวมทั้งจะร่วมกันทำคู่มือความรู้ความเข้าใจประชาชน ถึงแม้จะสัมผัสได้ แต่ไม่ควรสัมผัสโดยตรงและการทำลายอย่างถูกวิธี”

     ขณะนี้กรมอุทยานแห่งชาติ เตรียมสั่งการให้หน่วยงานในสังกัด เช่น อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า วนอุทยาน เร่งสำรวจหนอนตัวแบนนิวกินี ในพื้นที่รับผิดชอบของตนเอง และหากพบหนอนชนิดดังกล่าวให้แจ้งมาที่ส่วนวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้ ฝ่ายวิจัยกีฏวิทยาป่าไม้ เพื่อเป็นข้อมูลแจ้งให้ทางสำนักกอง ทุนสนับสนุนการวิจัย หรือ สกว.เพื่อกำหนดแนวทาง เฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมหนอนตัวแบนนิวกินี และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่สาธารณชนต่อไป ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยกีฏวิทยาป่าไม้ ได้จัดทำเอกสารเผยแพร่ข้อมูลที่เกี่ยวกับหนอนตัวแบนนิวกินี 

      นายแพทย์อัษฎางค์  รวยอาจิณ  รองอธิบดีและโฆษกกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานข่าวเกี่ยวกับการพบหนอนตัวแบนนิวกินีในประเทศไทย นั้น  กรมควบคุมโรค ขอให้ข้อมูลว่า ที่ผ่านมาในอดีตถึงปัจจุบัน ยังไม่มีหลักฐานทางวิชาการและงานวิจัยทางปรสิตวิทยาที่รายงานว่าหนอนตัวแบนนิวกินีเป็นพาหะแพร่เชื้อโรคไข้ปวดหัวหอย หรือพยาธิปอดหนู หรือพยาธิหอยโข่ง ที่ก่อให้เกิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบในคน ซึ่งในเรื่องนี้ต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมต่อไป อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะมีรายงานพบพยาธิที่สามารถก่อโรคในคนได้ แต่ในประเทศไทยยังไม่มีรายงานว่ามีผู้ป่วยติดโรคพยาธิปอดหนูที่มีพาหะแพร่โรคมาจากหนอนตัวแบนชนิดนี้ ส่วนที่มีรายงานคือติดโรคจากการกินหอยสุก ๆ ดิบ ๆ จึงขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก แต่ให้ระมัดระวังในเรื่องการรับประทานอาหาร ขอให้ถูกสุขอนามัย โดยเน้น “สุก ร้อน สะอาด” โดยหลีกเลี่ยงการกินหอยที่ปรุงไม่สุกด้วยความร้อน รวมถึงล้างทำความสะอาดผักในบริเวณที่มีหอยทากคลานผ่านก่อนรับประทาน หรือรับประทานเฉพาะผักที่ลวกหรือต้มสุกแล้วเท่านั้น และหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำที่ไม่สะอาดและไม่ได้มาตรฐาน โดยเฉพาะในแหล่งที่มีหอยและหนอนตัวแบนนิวกินีอาศัยอยู่ หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422

ที่มาของข้อมูล :

  • กรมควบคุมโรค เผยไทยยังไม่มีรายงานผู้ป่วยติดโรคพยาธิมาจากหนอนตัวแบนนิวกินี แนะประชาชนกิน “สุก ร้อน สะอาด” http://www.riskcomthai.org/2017/detail.php?id=36563
  • พิสูจน์ DNA เส้นทางการระบาดหนอนตัวแบนนิวกินี https://news.thaipbs.or.th/content/267756
  • รายงานการพบหนอนตัวแบนนิวกินีในประเทศไทย โดย ดร.นณณ์ ผาณิตวงศ์ http://siamensis.org/article/41220
  • สั่งสำรวจ "หนอนเอเลียน"ในเขตอุทยานทั่วประเทศ http://news.thaipbs.or.th/content/267847
Posted in บทความ, เผยแพร่องค์ความรู้.