โจรสลัดชีวภาพ

Biopiracy

ใครคือโจรสลัด

บุคคลหรือองค์กรที่เข้ามาแสวงหาผลประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพ และภูมิปัญญาท้องถิ่นโดยมิได้ขอรับอนุญาต และหรือมิได้แบ่งปันผลประโยชน์ที่ได้รับต่อผู้เป็นเจ้าของอย่างเป็นธรรม 

ทั้งนี้โดยผู้ที่เข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ดังกล่าวมักจะเป็นบริษัทขนาดใหญ่ หรือหน่วยงานต่างๆ จากประเทศอุตสาหกรรมโดยที่ทรัพยากรชีวภาพที่ได้รับไปนั้นมักจะมีแนวโน้มว่าจะถูกนำไปจดสิทธิบัตรโดยเจ้าของทรัพยากร
และความรู้ดั้งเดิมก็จะถูกกีดกันมิให้ได้ใช้ประโยชน์จากการพัฒนานั้นด้วย (นิยามโดย วิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ)

 

ประวัติศาสตร์

การช่วงชิงประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพ

  • ยุคอาณานิคม การขยายตัวของจักรวรรดินิยมยุโรป ไม่ว่าจะเป็นโปรตุเกส สเปนฮอลแลนด์ อังกฤษหรือฝรั่งเศสได้ทำให้ประเทศจักรวรรดิก้าวเข้าไปยึดครองที่ดิน แรงงาน ตลาดและทรัพยากรในประเทศโลกที่สามอย่างกว้างขวาง และทรัพยากรชีวภาพเป็นส่วนหนึ่งของวัตถุดินสำคัญที่เป็นที่ต้องการไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าทองทำ แร่ หรือถ่านหิน
  • ยุคปฏิวัติเขียว การฉกฉวยเอาทรัพยากรชีวภาพในยุคนี้จะใช้ความช่วยเหลือทางชิชาการ และความช่วยเหลือด้านการพัฒนาเศรษฐกิจเข้ามาเป็นฉากหน้า โดยประเทศพัฒนาแล้ว โดยเฉพาะสหรัฐได้ตั้งศูนย์วิจัยการเกษตรระหว่างประเทศขึ้นในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก โดยศูนย์วิจัยเหล่านี้จำทำหน้าที่เก็บรวบรวมพันธุ์พืชพื้นเมืองไว้ และส่งเสริมให้ปลูกพืชพันธุ์ใหม่ๆ ทำให้พืชพันธุ์พื้นเมืองหายไปอย่างรวดเร็ว
  • ยุคเทคโนโลยีชีวภาพ บริษัทผู้ผลิตยา อาหารและสินค้าการเกษตรในประเทศตะวันตกได้พัฒนา เข้าร่วมทุนในกิจกรรมที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีชีวภาพ โดยใช้ทรัพยากรชีวภาพ ไม่ว่าจะเป็นพืช จุลินทรีย์ และสิ่งมีชีวิตต่างๆ ในฐานในการพัฒนายา อาหารและสินค้าเกษตรชนิดใหม่ๆ

กรณีศึกษา

การช่วงชิงประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพ

    การแอบอ้าง เป็นเจ้าของสิทธิในภูมิปัญญาของชาวปกากะญอ มูลนิธิชีววิทยาชาติพันธุ์ (Foundation for Ethnobiology) ก่อตั้งขึ้นด้วยวัตถุประสงค์ที่ต้องการจะรวบรวม-ทำการวิจัยสมุนไพร และภูมิปัญญาพื้นนบ้านจากทั่วโลก

     โดยมูลนิธิฯ ดังกล่าวได้เข้ามาในประเทศไทยในปี 2538 ภายใต้โครงการ การริเริ่มของริชมอนเด้นเกี่ยวกับชีววิทยาชาติพันธุ์ในประเทศไทย โดยการสนับสนุนจากบริษัท ริชมอนเด้น (บางกอก) จำกัด โครงการดังกล่าวได้เข้ามารวบรวมความรู้ด้านแพทย์แผนโบราณของชาวกะเหรี่ยงทางภาคเหลือของไทย และเก็บตัวอย่างพืช สมุนไพร ตัวยาแผน บันทึก พัฒนาและปกป้องภูมิปัญญาด้านสิ่งแวดล้อมของชนเผ่าพื้นเมือง และเพื่อศึกษาหาความเป็นไปได้ในการเลือกสมุนไพรที่จะนำไปวิเคราะห์หรือพัฒนาเป็นตัวยาต่อไป

     โครงการดังกล่าวได้ว่าจ้างชาวเผ่าปกากะญอวันละ 100 บาท และในสัญญาว่าจ้างได้ระบุด้วยว่าสิทธิในข้อมูลองค์ความรู้ที่ชาวเผ่าปกากะญาให้แก่โครงการจะต้องตกเป็นของโครงการ

     การดูดเลือดชนเผ่าพื้นเมือง เดือนพฤษภาคม 1989 นักวิจัยจำนวนหนึ่งจากสถาบันสุขภาพแห่งชาติ (National institute of Health) ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้เดินทางเข้าไปในประเทศปาปัวนิวกีนี และดูดเลือด ชาวพื้นเมืองเผ่ากาไฮ (Hagahi) เพื่อนำไปจดสิทธิบัตร เอกสารที่ยื่นขอสิทธิบัตรให้เหตุผลว่าพันธุกรรมของชาวเผ่าฮากาไฮจะถูกใช้ประโยชน์ในการรักษาโรคลูคมีเมียและโรค Chronic degenerative neurological disease

     ชาวเกาะโซโลมอน ก็โดนกรณีคล้ายๆ กันนี้ โดยตัวอย่างเลือดของชาวเกาะโซโลมอน ถูกนำไปจดสิทธิบัตร โดยระบุเหตุผลว่าจะในไปใช้ประโยชน์ในการวินิจฉัยโรค

     กรณีเชื้อราไทยกับมหาวิทยาลัยพอร์ธสมัธ ภายใต้ความร่วมมือทางวิชาการระหว่างศูนย์พันธุวิศวกรรม และเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ และมหาวิทยาลัยพอร์สมัธ ประเทศอังกฤษ ได้ตกลงกันว่าทางมหาวิทยาลัยพอร์ธสมัธจะจัดหาอาจารย์ที่ปรึกษาให้กับนึกศึกษาไทย 2 คนซึ่งได้รับทุนจากรัฐบาลไทยระหว่างไปศึกษาในประเทศอังกฤษ และระหว่างที่นักศึกษาไทยทั้ง 2 คนกลับมาทำวิทยานิพนธ์ที่ประเทศไทย ดร.กาเรธ โจนส์ อาจารย์ที่ปรึกษาได้เดินทางเข้ามาดูแลและร่วมกิจกรรมกับทางศูนย์ฯ ด้วย

     ระหว่างที่อยู่ที่ประเทศ ดร.การเรธ ได้ทำการเก็บตัวอย่างเชื้อราจำนวนประมาณ 200 สายพันธุ์ จากป่าชายเลน และชายฝั่งทะเลอันดามัน ในบริเวณจังหวัดพังงา กระบี่ และฝั่งอ่าวไทยที่จังหวัดสงขลา โดยเป็นที่เข้าใจร่วมกันว่าเมื่อธนาคารเก็บรวบรวมพันธุ์จุลินทรีย์ของประเทศไทยแล้วเสร็จ มหาวิทยาลัยพอร์ธสมัธจะต้องแบ่งตัวอย่างของเชื้อราส่งมาให้ไทยเก็บด้วย แต่ผลปรากฏว่ามหาวิทยาลัยพอร์ธสมัธปฏิเสธ โอยอ้างว่าตัวอย่างเชื้อราดังกล่าวเก็บโดยคนของมหาวิทยาลัย ทางมหาวิทยาลัยจึงมีสิทธิตามกฎหมาย และเป็นเจ้าของตัวอย่างเชื้อราดังกล่าว

     มีการคาดหมายว่าเชื้อราดังกล่าวจะมีสารสำคัญที่อาจใช้เป็นยารักษาโรคหลายชนิด เช่น เอดส์และมะเร็ง

ทางออก หรือการรับมือกับโจรสลัดชีวภาพ

1. ต้องสร้างกฎเกณฑ์ในการเข้าถึง-ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพ และภูมิปัญญาของไทย กล่าวคือ จะต้องกำหนดให้มีการทำสัญญาระหว่างบุคคล นักวิจัย หรือองค์กรจากต่างประเทศกับหน่วยงานภาครัฐไทยและคนในท้องถิ่น ถึงเงื่อนไขการเข้าถึง การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพ และภูมิปัญญาของคนในท้องถิ่น โดยระบุถึงผลประโยชน์ตอบแทน แลกเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ รวมไปถึงการแบ่งปันผลประโยชน์ที่จะได้ในอนาคตอย่างเท่าเทียมให้แก่ภาครัฐและคนในท้องถิ่นของไทย ซึ่งลักษณะของการทำสัญญาต่างๆ ได้มีการใช้กันแล้วในหลายๆ ประเทศ

2. ต้องออกกฎหมายในประเทศเพื่อรองรับสิทธิชุมชนในทรัพยากรชีวภาพ และภูมิปัญญาท้องถิ่น และการแบ่งปันผลประโยชน์อย่างเท่าเทียม ซึ่งได้แก่

2.1 กฎหมายป่าชุมชน ที่รองรับสิทธิชุมชนให้เป็นผู้ดูแล รักษาและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรภายในชุมชน ท้องถิ่นของตน

2.2 กฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืช เพื่อให้การคุ้มครองและปกป้องพืชสมุนไพรและพืชพันธุ์ต่างๆ ของไทย

2.3 กฎหมายคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย

2.4 ควรมีการออกกฎหมายที่กำกับ ดูแลการเข้าถึงทรัพยากรพันธุกรรมสัตว์บก สัตว์ปีก และสัตว์น้ำทุกชนิด

2.5 ควรจะมีการออกกฎหมายที่กำกับ ดูแลการเข้าถึงจุลชีพและแหล่งอาศัย

2.6 ควรจะมีการออกกฎหมายที่กำกับ ดูแลการเข้าถึงทรัพยากรพันธุกรรมมนุษย์ เช่น การใช้ตัวอย่าง เลือด เซลล์ เนื้อเยื่อ หรืออวัยวะของบุคคลที่มีถิ่นฐานอยู่ในราชอาณาจักรไทย

3. การรับมือโจรสลัดชีวภาพ ย่อมไม่สามารถทำได้สำเร็จโดยลำพังประเทศไทยประเทศเดียว แต่ควรจะต้องผลักดันแนวทางการรับมือ หรือทางป้องกันและแก้ไขเรื่องนี้ให้เป็นความร่วมมือในระดับประเทศ โดยเฉพาะกับกลุ่มประเทศอาเซี่ยน

รูปธรรมที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดประการหนึ่งก็คือ กฎหมายสิทธิบัตรในสิ่งมีชีวิต ที่ประเทศที่พัฒนาแล้ว และมีความชำนาญในเทคโนโลยีด้านนี้อย่างสหรัฐ เป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์สูงสุด และประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างในสหภาพยุโรปซึ่งมีความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีมีแนวโน้มจะเห็นคล้อยตามกับสหรัฐ

ดังนั้น ประเทศโลกที่สามซึ่งเป็นตำแหน่งที่อุดมสมบูรณ์ และหลากหลายไปด้วยทรัพยากรชีวภาพ และภูมิปัญญา จึงจำเป็นต้องร่วมมือกันปกป้องทรัพยากรชีวภาพและภูมิปัญญา และป้องกันการเอารัดเอาเปรียบของประเทศที่มีความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี

ข้อมูล

www.biothai.net

www.greenandcleansolution.com

รูปภาพ

www.freepik.com

graphicdesignjunction.com

freevector.com

Posted in บทความ, เผยแพร่องค์ความรู้ and tagged , .